28 พ.ย. 2554

ในหลวงกับหลวงพ่อ(การสนทนาเรื่องกสิน)





เป็น การสนทนากันระหว่างหลวงพ่อ( หลวงพ่อฤาษีลิงดำ )และในหลวงในหลายๆ ด้าน
ทั้งเรื่องการเมืองและเรื่องสงเคราะห์ช่วยเหลือคนและที่ขาดไม่ได้คือเรื่อง ธรรมะ
ในระหว่างที่กำลังสนทนากันอยู่นี้ตอนหนึ่งเรื่องกรรมฐาน สำหรับเรื่อง "กสิน" 





ในหลวง : หลวงพ่อบันทึกเสียงมาให้ผมคาสเซ็ทเดียว กสิน ๑๐ อย่าง คาสเซ็ทเดียว

หลวงพ่อ : ถ้าทำได้อย่างเดียว อย่างอื่นทำได้หมด

ในหลวง : แต่ว่า กสินวิญญาณ หลวงพ่อไม่ได้บอกมาด้วย

ล่อ กสินวิญญาณ เข้าให้ มันมีในแบบที่ไหนล่ะ(หัวเราะ) ไม่มีในแบบ ของท่านมี เอ้อ...แปลกจริง
เหมือนกัน เราก็นั่งฟัง ถามมันเป็นอย่างไร กสินวิญญาณ นี่ไม่มี เมื่อวานมวยวัดเลยไม่รู้ใครเป็นใคร
ท่านไม่ชอบใช้ราชาศัพท์

ท่านบอกว่า คุยแบบลูกทุ่งๆ สบายก็มีกันแค่สองคน เมื่อวานไม่มีใครขัดคอกันเลย ปิดประตูคุยกัน
เพราะว่าตอนที่ไปภูพิงค์ ท่านให้นั่งไม่มีที่พิง ใช่ไหม ต่างคนต่างนั่งพรมคนละผืน ไม่มีที่พิง
เราออกมาเราก็บ่น ไอ้ภูพิงค์นี่มันพิงแต่ภู (หัวเราะ)

เข้าไปไม่มีที่พิงเลย พวกชาววังเขาออกมา เราก็บ่นเข้าไปอีก เมื่อวานนี้มีที่พิง สวนจิตร มีที่พิง
มีที่พิงให้ มีเบาะสูงกว่าพระองค์ประทับหน่อยนะ แล้วเขาจัดมีทั้งหมากทั้งน้ำร้อน มีน้ำชาแล้วก็
มีน้ำเย็น แต่ไม่มีเวลากินเลย พอจ้อก็ตั้งตัวไม่ติดเลย (หัวเราะ)

โอ้โฮ! พูดถี่ยิบ ใครบอกพระเจ้าแผ่นดินพูดช้า ที่ไหนได้ โฮ้! ตามลำพัง ล่อกันถนัด เมื่อวานออกมาเหนื่อยแฮ่กเลย นี่ความจริงปล่อยให้ท่านชกคนเดียวตั้งครึ่งชั่วโมงแล้วนะ

เมื่อกี้เล่าถึงอะไร (พุทธบริษัทตอบ กสินวิญญาณ) เออ..ใช่! จะลืม จะไหลไปเสียแล้วนะ กสินวิญญาณ

ท่านก็ตรัสถามว่า "หลวงพ่อทำมาคาสเซ็ทเดียว ทำไมกสินวิญญาณ ไม่บอก?" เราเอ๊ะ! กสินวิญญาณ
มันมีที่ไหนเรียนมาเยอะแล้ว ไม่เจอะ กสินวิญญาณก็นั่งนึก ก็เลยถามท่าน บอก"พระมหาบพิตรตรัส มัน

เป็นอย่างไร? กสินวิญญาณ" ท่านก็บอกว่าแหม..ท่านละเอียดมากนะ เรื่องธรรมมะละเอียด
ละเอียดจัด เรียกว่าพระที่คุยมาแล้วด้วยกัน

ที่ ผ่านพระมาแล้ว อาตมากล้าพูดว่าหลายพันองค์ที่สัมผัสมาแล้วเรื่องปฏิบัติ นักเทศน์ไม่มีความสำคัญ

นะ นักปฏบัติก็มีนะที่ว่าพระหลอกๆ ไม่ใช่หมายถึงเขาเลว หมายถึงว่า"สมมติสงฆ์"ใช่ไหม พระที่ยังไม่ถึง
พระโสดาบันจะเป็นขั้นไหนก็ตาม แก่แค่ไหนก็ตาม พระพุทธเจ้ายังไม่เรียกว่าพระ เรียกว่า "สมมติสงฆ์" ถ้าหากตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไปท่านจึงจะเรียกได้

นี่เคยสัมผัสกับพวก นี้มาเป็นร้อย ไม่ใช่เป็นของดี แล้วก็ยังไม่เคยมีใครพูดเรื่องกสินวิญญาณ ไอ้เราก็อ่านพระไตรปิฎกก็ไม่มีจะนึก เอ๊ะ! พระอรหันต์รุ่นนั้นน่ากลัวจะบันทึกตก(หัวเราะ) ก็เลยถามอาการ

พระองค์ก็ทรงอธิบายว่า "สมมติว่าผมจะจับภาพกสิน คือภาพอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่จิตนึกอย่างพระพุทธรูปตั้งอยู่ข้างหน้านี่" ท่านก็ชี้ไปจุดใดจุดหนึ่ง เมื่อวานนี้ฉันออกท่ากันนะ

ต่าง คนต่างออกท่ารำกันไปในตัวเสร็จไม่ใช่ร้องอย่างเดียว ว่ากันเต็มที่ เพราะไม่มีใครขัดคอ เป็นห้องส่วนพระองค์ ปิดประตูเลย ปิดประตูลงกลอนเองเลย

ชี้ ไปที่พระพุทธรูป "อย่างผมนึกไปที่พระพุทธรูป ไอ้กระแสจิตนี่มันออกไปหาพระพุทธรูปที่มันยังไม่ถึง ไม่เอาเป็นองค์ อันนี้เขาเรียกว่าวิญญาณใช่ไหม?"

บอกใช่! เอาเข้าแล้ว ตัวนี้เรียกกสินใช่ไหม บอกเขาไม่เรียกกสิน ที่พระมหาบพิตรบอก กสินวิญญาณ อาตมางงเป็นไก่ตาแตก ไม่รู้เรื่องเลย ท่านก็บอก "เขาเรียกว่าอะไรหรือครับ" หลวงพ่อ"เขาเรียกว่าวิญญาณัญจายตนฌาน" เป็นอรูปฌาน มันเลยกสินไปแล้ว...

ต้อง มีกสินเป็นภาคพื้นแล้วก็จึงใช้ตัวนี้ได้ บอก อ้อ...เล่นเราเกือบแย่หาว่าไม่บอก ท่านบอก บันทึกคาสเซ็ทไม่เห็นมี กสินวิญญาณ ไอ้เราก็งงติ้วเลย

นี่ท่านเลยบอกถ้าจะจำอันนี้เขาเรียกว่าอะไรครับ ก็เลยบอก เขาเรียกว่า

"วิญญาณัญจายตนฌาน" เป็น "อรูฌาน" แต่ภาคพื้นจริงๆ ต้องมาจากกสินก่อน ถ้าเราจับกสินถึงฌาน ๔ แล้วค่อยมาจับวิญญาณ แต่ความจริงเขาจะไม่จับวิญญาณก่อน จะต้องจับอากาศก่อน ที่เรียกว่า "อากาสานัญจายตนฌาน"

ไอ้ อากาสานัญจายตนฌาน แล้วก็เพิกทิ้งไป แล้วก็จับกสินเข้ามาอีก ให้จิตตั้งฌาน ๔ ต่อไปก็จับวิญญาณัญจายตนฌาน หลังจากนั้นเมื่อจับได้แล้วก็ทิ้งไป จับกสินขึ้นมาให้ทรงตัว ก็มาจับ อากิญจัญญายตนฌาน ที่เรียกว่าไม่มีอะไรเลย โลกนี้ไม่มีอะไรเหลือ หลังจากนั้นก็ทิ้งไป ก็จับ เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน เป็นอรูปขั้นที่ ๔ เรียกว่าครบ "สมาบัติ ๘" อีตอนนี้ท่านก็งงบ้าง แล้วต่อไป ก็ผลัดกันงง...

เอ...นี่ ผมไม่รู้หรอก บอกมีคาสเซ็ท มีมาให้แล้ว เรื่องสมาบัติ ๘ ผมยังไม่ได้ฟังเลย เอาเข้าแล้ว ท่านจะไม่เอา ผลัดกัน ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ก็เลยอธิบาย(เหตุผลที่)ถวายพอสมควร

เมื่อถวายไปพอสมควรแล้วก็เรื่องนี้มา เรื่องกรรมฐานนี่นะว่ากันยาวเหยียด ว่าไปว่ามา อาตมานี่ขามันไม่ดีอยู่ข้าง ไอ้ขาขวานี่
เวลานี้ขัดสมาธิไม่ได้นาน พับเพียบก็ไม่ได้นาน แต่ของท่านวางแป๊ะไปด้านซ้าย ท่านอยู่ตลอด ไม่ขยับเลยเก่งจริงๆ ๕ ชั่วโมงครึ่งนี่ไม่เคยเปลี่ยนเลยแล้วไม่เคยขยับเขยื้อนแสดงอาการเมื่อย สู้! ถ้าเป็นมวยก็สู้เราไม่ได้ เราเป็นมวยแย๊บ เดี๋ยวพลิกซ้าย เดี๋ยวก็พลิกขวา(หัวเราะ) ท่าน
สู้เราไม่ได้เด็ด อีท่าห่วย สู้เราไม่ได้ เรียกท่าห่วย..ใช่ไหม...



ที่มา : palungjit.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น